วันที่ปัจจุบัน:25 May, 2019

10 วิธีป้องกัน และรับมือกับโรคภัยร้าย ที่มากับหน้าฝน

เมื่อเข้าสู่หน้าฝนอากาศก็เริ่มเปลี่ยนแปลงบ่อย ดังนั้นโรคภัยต่างๆ ก็จะตามมาอย่างแน่นอน เพราะในช่วงที่ฝนตกอากาศเปลี่ยนแปลงร่างกายก็จะอ่อนแอ จึงทำให้เราต้องเสี่ยงกับการเป็น โรคภัยต่างๆ ในช่วงหน้าฝน เราต้องดูแลรักษาสุขภาพและออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพร่างกายของเราแข็งแรง ซึ่งนบทความต่อไปนี้เราจะนำเสนอวธีป้องกันโรคภัยในช่วงฤดูฝนนี้

10 วิธีป้องกันโรคภัยร้ายที่มาในช่วงหน้าฝน

หน้าฝน

1. โรคติดต่อทางเดินอาหาร และน้ำ

เป็นโรคที่พบบ่อยมากในช่วงหน้าฝนนี้ โรคที่พบบ่อก็คือ  โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน  ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ โรคท้องเดิน บิด ไทฟอยด์ เป็นต้น ซึ่งเกิดจากสาเหตุที่รับประทานอาหารหรือน้ำที่ป่นเปื้อนนั้นเอง

วิธีป้องกัน โรคติดต่อทางเดินอาหาร และน้ำ

  • งดทานอาหารที่ค้างคืน หรือ กึ่งสุกกึ่งดิบ ควรทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันบินตอม
  • ดื่นน้ำที่สอาด น้ำที่มี อย รับรองคุณภาพ หรือว่าน้ำที่ต้มสุกแล้วนั้นเอง
  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหารในแต้ละมื้อ

2. โรคติดเชื้อในทางเดินหายใจ

การที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทั้งหนาว ทั้งร้อน เดียวก็ฝนตก แค่นี้ก็สามารถทำให้เราป่อยเป็นโรคทางระบบหายใจได้แล้ว โรคมที่มักจะเจอบ่อยๆในหน้านี้ก็คือ โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรียในอากาศ แถมสามารถที่จะติกต่อกันได้ง่ายมาก เพียงแค่การไอ หรือามเพียงเท่านั้นเอง

วิธีป้องกัน โรคติดเชื้อในทางเดินหายใจ

  • เพื่อเป็นการไม่ให้เชื่อโรคแพร่กระจายไปในอากาศแล้วไปติดผู้อื่น เราควรที่จะใส่หน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกให้ดี
  • ขยันล้างมือบ่อย เพื่อเป็นการฆ่าเชื่อโรคทีเราได้ไปสัมพัสมา
  • พยายามไม่ไปคลุกคลีกับคนที่ป่วยเป็นโรคนี้

หน้าฝน

3. โรคฉี่หนู

หลายท่านคงกำลังจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคฉี่หนูอยู่ เพราะไม่ใช่แค่หนูเท่านั้น ที่สามารถเป็นพาหะของโรคนี้ แต่ยังมีทั้งสัตว์ที่เราเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็น สุกร สุนัข กระบือ และสัตว์ป่า รวมไปถึงสัตว์ที่มีฟันแทะทั้งหลาย ก็สามารถเป็นตัวนำพาหะ โรคฉี่หนูได้เช่นกัน

วิธีป้องกัน โรคฉี่หนู

  • คนที่เป็นไข้ ควรที่จะเลี่ยงการอาบน้ำแต่เปลี่ยนมาเป็นการเช็ดตัวแทนและรับประทานยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล แต่ห้ามใช้แอสไพรินเด็ดขาด สำหรับคนที่มีไข้ไม่สูงมาก
  • หากไม่สามรถที่จะหลีกเลี่ยงการเดินผ่านน้ำที่ท่วมและ สกปรกนั้น หลังจากที่เดินผ่านมาแล้วควรที่จะล้างเท้าให้สะอาดเลยทันที

4. โรคน้ำกัดเท้า

สาเหตุเกิดจากการที่ต้องเดินลุยน้ำสกปรกอยู่บ่อยๆ และเป็นเวลานาน เชื่อโรคจะทำให้ผิวหนังเราแดง มีขอบนูนเป็นวงกลม และถ้ายิ่งไปเดินลุยน้ำแล้วเกิดแผลแตกก็จะมีน้ำเหลืองไหลออกมา

วิธีป้องกัน โรคน้ำกัดเท้า

  • พยายามหลีกเลี่ยงการเดินในน้ำขัง หรือพื้นที่น้ำท่วม ถ้าหากเกิดความจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรรีบเช็ดเท้าให้แห้งทุกครั้งหลังจากเดินลุยน้ำเสร็จ และอาจต้องสวมรองเท้าบูทเพื่อที่จะต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน
  • หากผิวหนังเริ่มเปื่อย เกิดตุ่มคัน น้ำกัดเท้า หรือมีบาดแผล ให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อรักษาอาการดังกล่าวก่อนที่จะลุกลามจนทำให้เกิดโรแทรกซ้อน

วิธีป้องกันโรคน้ำกัดเท้า

 

5. โรคไข้เลือดออก

ยุงลาย เป็นตัวการสำคัญสำหรับการนำพาหะของโรคนี้เลยทีเดียว การสังเกตอาการของผู้ป่วยจะมีไข้สูงถึง 38-41 องศาเซลเซียสกันเลยทีเดียว ควรไปพอหมอทันทีี่มีไข้ขึ้นสูง เพราะถ้าหากไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยสามารถเสียชวิตไดภายใน 12-24 ชั่วโมง

วิธีป้องกัน โรคไข้เลือดออก

  • ป้องกันยุงลายกัด ยุงลายมักจะกัดคนในเวลากลางวัน ควรนอนในมุ้งหรือติดมุ้งลวดเพื่อป้องกันยุงเข้ามาในบ้าน หลีกเลี่ยงการอยู่บริเวณมุมอับชื้น ทายากันยุงที่สกัดจากพืชธรรมชาติ
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายให้หมดไป ยุงลายจะเพาะพันธุ์ในน้ำใส ในภาชนะที่เก็บน้ำใช้ในบ้าน เช่น โอ่งน้ำ ถ้วยรองขาตู้กันมด แจกันดอกไม้ ภาชนะนอกบ้านที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

6. โรคมาลาเรีย

เกิดจากเชื้อโปรโตซัวที่มากับ “ยุงก้นปล่อง” ซึ่งมักอาศัยอยู่ในป่าตามแนวชายแดน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง หนาวสั่นเป็นพัก ๆ ในเวลาเดิม ๆ แต่หากไปพบแพทย์ทันก็สามารถรักษาหายได้ด้วยการทานยาไม่กี่วัน แต่หากไปพบแพทย์ช้า ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะมาลาเรียขึ้นสมอง ภาวะปอดบวมน้ำ ภาวะไตวาย ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโรคมาลาเรียยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ฉะนั้น วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ อย่าให้ตัวเองถูกยุงกัด เช่น อาจทายากันยุง หรือนอนในมุ้งชุบสารเคมี

วิธีป้องกัน โรคมาเลเรีย

  • สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด และเลือกเสื้อผ้าสีอ่อน เพื่อลดความเสี่ยงในการโดนยุงกัด และทายากันยุง รวมถึงนอนในมุ้งเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่ยุงชุม หากต้องเข้าไปในป่าดิบชื้น ควรระมัดระวังไม่ให้ยุงกัด หรือพบแพทย์เพื่อพิจารณารับยาป้องกันมาลาเรีย และเมื่อมีไข้ต่ำๆ หลังจากไปในพื้นที่เสี่ยงมาลาเรีย ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายโดยละเอียด

โรคมาลาเรีย

 

7. โรคไข้สมองอักเสบ เจ อี

เกิดจากเชื้อไวรัส โดยมี “ยุงรำคาญ” ซึ่งแพร่พันธุ์ตามแหล่งน้ำในทุ่งนาเป็นพาหะนำโรค โดยยุงรำคาญได้รับเชื้อมาจาก “หมู” และเมื่อมากัดคนก็จะปล่อยเชื้อเข้าสู่ร่างกายคนไปด้วย

วิธีป้องกัน โรคไข้สมองอักเสบ เจ อี

  • พยายามอย่าให้ถูกยุงกัด โดยการทายากันยุง และควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงเป็นประจำ ทั้งในแจกันดอกไม้ พลูด่าง หรือตู้รองกับข้าว จานรองกระถางต้นไม้
  • หากมีอาการไข้ และเพิ่งกลับจากการพักค้างแรมในป่ามา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบด้วย เพื่อรับการตรวจเลือดหาเชื้อมาลาเรีย

8. โรคตาแดง

การที่น้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา แค่นี้ก็ทำให้เยื่อตาอักเสบ และตาแดงได้แล้ว   เป็นอีกหนึ่งโรคที่พบบ่อย ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส และติดต่อกันง่ายเพียงการสัมผัส หรือใช้ของส่วนตัวร่วมกัน รวมทั้งการใช้น้ำที่ไม่สะอาดล้างหน้า

วิธีป้องกัน โรคตาแดง

  • ระวังอย่าให้น้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา หากมีน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตาแล้ว ให้รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งทันที
  • อย่าใช้มือ แขน หรือผ้าที่สกปรกขยี้ตา หรือเช็ดตา
  • อย่าใช้สิ่งของร่วมกับผู้ที่เป็นโรคตาแดง หรือเยื่อตาอักเสบ

 

 9. โรคที่มากับสัตว์ที่มีพิษในหน้าฝน

อย่าลืมที่จะคอยทำความสะอาดบ้านอยู่บ่อยๆนะคะ เพราะว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่สัตว์มีพิษต่างๆหนีน้ำท่วมขึ้นมาหาที่แห้งเช่นในห้องในบ้านของเรา ไม่ว่าจะเป็นพวกงู ตะขาบ แมงป่อง ก็จะพากันอพยบหนี้น้ำท่วมกันทั้งนั้น

วิธีป้องกัน โรคจากสัตว์มีพิษในหน้าฝน

  • พยายามเก็บกวาดบ้าน โดยเฉพาะตามซอกลืบภายในบ้านให้ดีๆ เพราะที่เหล่านี้เป็นที่หลบชั้นดีของพวกแมลงเหล่านี้เลยละ พยายามที่จะจัดบ้านให้เป็นระเบรยบเรียบร้อย เพื่อที่จะไม่ให้สัตว์มีพิษเหล่านี้เข้ามาอาศัยอยู่เป็นเพื่อของเรา

โรคที่มากับสัตว์ที่มีพิษในหน้าฝน

10. โรคอาหารเป็นพิษ จากเห็ดพิษ

หน้าฝนแบบนี้เป็นช่วงของการเก็บเห็ดมาขายเลยละค่ะ สำหรับสาวกที่ชอบทานเห็นเป็นชีวิตจิตใจ ควรที่จะดูให้ดีๆก่อนที่จะซื้อมารับประทาน เพราะการรับประทานเห็ดที่มีพิษนั้นอาจทำให้เราล้มป่วยได้ หรือ ถึง ขั้นเสียชีวิตกันเลยทีเดียว

วิธีป้องกัน โรคพิษจากเห็ด

  • หลีกเลี่ยงการนำเห็ดที่ไม่คยกิน หรือไม่เคยเห็นมารับประทาน จะเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

 

 

นอกจาดดารแนะนำแนวทางป้องกันด้านบนแล้ว เราก็ควรที่จะหมั่นดูแลสุขภาพกันให้มากขึ้นด้วย นอกจากการดูแลตัวเองแล้วเราก็ยังสามารถที่จะดูแลครอบครัวของเราให้แข็งแรงได้ด้วย อีก 1 วิธีที่สามารถต้านโรคร้ายได้ ก็อย่าลืมที่จะไปรับการฉีดวัคซีนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าทีด้วยนะคะ

 

เรียบเรียงโดย/168asiatopten.

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *