วันที่ปัจจุบัน:18 October, 2021

10 สถานที่ชมทะเลหมอก หนาวนี้ต้องได้ไปสัมผัส

เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว กิจกรรมการท่องเที่ยวของฤดูนี้คงไม่พ้นการแบกเป้ขึ้นดอยไปชมทะเลหมอกสวยๆยามเช้า สูดอากาศดีๆ พร้อมกับถ่ายรูปสวยๆอัพลงโซเชียลสักหน่อย ถึงแม้การขึ้นดอยจะไปเที่ยวได้ตลอดปี เพราะมีอากาศที่เย็นตลอด แต่ช่วงเวลาที่สวยที่สุดก็คงต้องเป็นช่วงฤดูหนาวนี่แหละ วันนี้เราเลยรวมรวม 10 สถานที่ชมทะเลหมอก ที่หนาวนี้ต้องไปสัมผัสให้ได้

1. ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์
ภูทับเบิกเป็นแหล่งชมทะเลหมอกยอดนิยม มีภูมิประเทศที่งดงาม เต็มไปด้วยทะเล ภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ตอนเช้าๆเราจะเห็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูเขาสีเขียว สวยงามมาก หากขึ้นมาเที่ยวช่วงฤดูหนาวนี้อาจต้องพกเสื้อกันหนาวตัวหนาๆมาสักหน่อย เพราะอากาศค่อนข้างเย็นมากทีเดียว

10 สถานที่ชมทะเลหมอก หนาวนี้ต้องได้ไปสัมผัส 21


2. ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย
ภูชี้ฟ้าอยู่ระหว่างรอยตะเข็บชายแดนไทย–ลาว เป็นหน้าผาสูงยาวไปตามแนวชายแดน บริเวณปลายสุดของหน้าผามีลักษณะแหลมคล้ายกับนิ้วมือชี้ยื่นออกไปในอากาศ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ภูชี้ฟ้า” ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ชมทะเลหมอกยอดฮิตของเมืองไทยที่มีทะเลหมอกสวยที่สุด ตอนเช้าๆเราจะเห็นทะเลหมอกสีขาวแผ่ทอดยาวไกลสุดลูกตา สวยราวกับภาพวาดกันเลยทีเดียว

10 สถานที่ชมทะเลหมอก หนาวนี้ต้องได้ไปสัมผัส 22
3. กิ่วแม่ปาน จังหวัดเชียงใหม่
กิ่วแม่ปานตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีจุดเด่นอยู่ตรงจุดชมวิวที่ 9 ซึ่งเป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกได้สวยที่สุด ทั้งยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้นให้ได้เรียนรู้ นอกจากนี้บริเวณสันเขายังมีต้นกุหลาบพันปีสีแดงสดให้เราได้ชมความงดงามอีกด้วย

10 สถานที่ชมทะเลหมอก หนาวนี้ต้องได้ไปสัมผัส 23
4. ภูลังกา จังหวัดพะเยา
ภูลังกามีธรรมชาติและผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพรรณจำนวนมาก ทั้งดอกไม้ป่าหายากและสัตว์ป่า เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินป่าขึ้นเขามาก ทะเลหมอกก็มีให้ชื่นชมในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝน และยังชมวิวของฝั่งลาวได้ด้วย

10 สถานที่ชมทะเลหมอก หนาวนี้ต้องได้ไปสัมผัส 24
5. ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน
ดอยเสมอดาวเป็นจุดชมวิวกลางคืนที่สวยมากแห่งหนึ่ง มองเห็นดาวระยิบระยับไปทั่วท้องฟ้า ตอนเช้าก็มองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกับทะเลหมอก บริเวณใกล้กันยังมีจุดชมวิวที่ผาหัวสิงห์ที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ไกลแบบ 360 องศา

10 สถานที่ชมทะเลหมอก หนาวนี้ต้องได้ไปสัมผัส 25
6. ภูทอก จังหวัดเลย
ภูทอกมีลักษณะเป็นภูเขาสูง ทัศนียภาพเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์ ทะเลหมอกจะโผล่มาให้เห็นในช่วงเวลาประมาณตีห้าครึ่งถึงแปดโมงเช้า เป็นหมอกขาวโพลนตัดกับแสงอาทิตย์สีส้ม สวยงามมาก สายกว่านั้นจะเห็นวิวทั้งหมดของเมืองเชียงคานแบบ 360 องศา ทั้งแก่งคุดคู้และลำน้ำโขง

10 สถานที่ชมทะเลหมอก หนาวนี้ต้องได้ไปสัมผัส 26
7. ทะเลหมอก อัยเยอร์เวง จังหวัดยะลา
จุดชมวิวทะเลหมอกยอดฮิตของจังหวัดยะลา ที่สวยเหมือนสวรรค์บนดิน สามารถขึ้นไปชมทะเลหมอกได้ตลอดทั้งปี ที่นี่มีสกายวอล์คให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศา และตรงทางเดินยังเป็นพื้นกระจกใสที่มีความยาวมากถึง 61 เมตร ดูหวาดเสียวสุดๆ

10 สถานที่ชมทะเลหมอก หนาวนี้ต้องได้ไปสัมผัส 27
8. เนินช้างศึก จังหวัดกาญจนบุรี
เนินช้างศึกเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงาม สามารถมองเห็นทั้งฝั่งไทยและฝั่งพม่า ที่นี่มีอากาศเย็นตลอดปี แต่นักท่องเที่ยวนิยมมากางเต็นท์กันในช่วงฤดูหนาวเพื่อชมความงามของทะเลหมอก รวมถึงพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า และพระอาทิตย์ตกตอนเย็น

10 สถานที่ชมทะเลหมอก หนาวนี้ต้องได้ไปสัมผัส 28
9. ภูห้วยอีสัน จังหวัดหนองคาย
ภูห้วยอีสันเป็นจุดที่สามารถชมทะเลหมอกได้แบบพาโนรามา ไฮไลท์เด็ดอยู่ตรงที่ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นเป็นสีส้มทอง ตัดกับทะเลหมอกสีขาวเป็นภาพที่สวยงามราวกับอยู่บนสวรรค์ ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยสุดๆ สำหรับการเดินทางขึ้นไปไม่สามารถใช้รถส่วนตัวขึ้นไปได้ และไม่สามารถค้างคืนได้ ต้องใช้บริการรถอีแต๋นของชาวบ้านเท่านั้น

10 สถานที่ชมทะเลหมอก หนาวนี้ต้องได้ไปสัมผัส 29
10. ผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ
ผามออีแดงมีเป็นลักษณะเป็นหินผาสูงชัน และเป็นที่ตั้งหน่วยปฏิบัติของทหารพราน เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทัศนียภาพของประเทศกัมพูชาที่อยู่ต่ำลงไปเป็นมุมกว้าง ในตอนเช้าๆก็จะปรากฏทะเลหมอกสวยงามมากให้ได้เห็น ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ชมทะเลหมอก ที่หนาวนี้ต้องไปสัมผัสให้ได้

10 สถานที่ชมทะเลหมอก หนาวนี้ต้องได้ไปสัมผัส 30

Share