วันที่ปัจจุบัน: 9 April, 2020

ดูเหมือนทุกวันนี้จะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาไม่เว้นวัน สโลแกนแห่งการเปลี่ยนแปลง  “พลิกโฉม” “ปฏิวัติวงการ” ได้ยินกันบ่อย ๆ และทุกการเปลี่ยนแปลงการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมีผลลัพธ์ที่ออกมาค่อนข้างที่จะเป็นจริงสูง

เทคโนโลยีอันชาญฉลาด เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงโลก

1. Internet of things

อินเตอร์เน็ตที่เข้าสู่ความเป็นอยู่ของมนุษย์ เป็นทุกสรรพสิ่งภายในบ้านไม่ใช่เพียงแต่สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต แต่ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านต่าง ๆ เช่น ตู้เย็น โทรทัศน์ ยานพาหนะ หรือรวมแม้กระทั่งไฟฟ้าที่สามารถเปิดปิดได้เองอัตโนมัติเมื่อไม่มีคนอยู่ จะมีเซนเซอร์การทำงานภายในบ้านทุก ๆ อย่างรวมถึงสามารถโทรเรียกเจ้าหน้าที่พยาบาลและยังสามารถส่งอัตราการเต้นของหัวใจหรือการวัดความดันส่งกับแพทย์ได้อีกด้วย และคาดว่า ไอโอทีจะส่งผลให้สิ่งมีชีวิตของอัจฉริยะเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตทะลุ 75,000 ล้านชิ้น ภายในไม่ถึง 3 ปี

Internet of things

2. blockchain

เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาปฏิวัติวงการหลาย ๆ วงการ เป็นระบบตัวกลางเป็นการกระจายอำนาจในการตรวจสอบ กระจายการเก็บข้อมูลนั้น ข้อดีคือความสะดวกรวดเร็ว เช่น เก็บข้อมูลการเข้าโรงพยาบาลได้ตั้งแต่เกิดโดยทุก ๆ โรงพยาบาลสามารถดูข้อมูลได้โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลในแต่ละครั้งเพื่อเข้าการรักษาเมื่อเจ็บป่วย บล็อกเชนเป็นการเก็บข้อมูลแบบหนึ่ง ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ในเวลาเดียวกัน เราจึงจะมีสิทธิและเป็นเจ้าของข้อมูลเหล่านี้ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในบล็อก ที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายเหมือนห่วงโซ่ ซึ่งการเก็บและแชร์ข้อมูลแบบนี้เราเรียกว่า Blockchain ซึ่ง Blockchain จะเข้ามาใช้งานอย่างแน่นนอน

blockchain

3. ปัญญาประดิษฐ์ AI

AI หรือชื่อในภาษาอังกฤษเรียกว่า Artificial Intelligence เป็นวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ ที่มีแนวคิดในรูปแบบการมีเหตุผลเป็นหลักมีความสามารถคล้าย ๆ มนุษย์และมีพฤติกรรมในการเลียนแบบมนุษย์โดยเฉพาะด้านการคิดและเป็นผู้ช่วยในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น นำทางรถยนต์ไร้คนขับ, ช่วยผู้อัจฉริยะในสมาร์ทโฟน AI มีความสามารถที่มนุษย์ต้องการคือ คิด,ทำ,คิดอย่างมีเหตุผลและทำอย่างมีเหตุผลเหมือนมนุษย์ สรุป AI คือ วิทยาการทางด้านปัญญาที่เข้ามาแก้ปัญหาต่าง ๆ นั่นเองโดย AI จะเลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์ และมีความคิดเหมือนมนุษย์ที่มีการวางแผนขั้นตอนการเรียนรู้ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา รวมถึงแนวทางการดำเนินการต่าง ๆ ที่คล้ายมนุษย์เท่านั้นเอง

ปัญญาประดิษฐ์ AI

4. เทคโนโลยีการสื่อสารด้วย 5G

หลาย ๆ คน คงไม่สัมผัสกับ 3G และ 4G กันไปเเล้ว สำหรับระบบการทำงานแบบ 5G เป็นระบบเครือข่ายที่กำลังเข้ามาในสมาร์ทโฟนหลาย ๆ เครือข่ายซึ่งในแต่ละสมาร์ทโฟนก็มีการพัฒนาระบบ และสำหรับ 5G จะมีผลกระทบต่อทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกของอินเตอร์เน็ตไปจนถึงระบบเมืองอัจฉริยะด้วย Internet of things (IOT) ,ระยนต์การขับเคลื่อนด้วยตัวเอง, หุ่นยนต์, Big Data เป็นต้น จุดเด่นของ 5G คือการเชื่อมต่อระหว่างคนด้วยกันเอง และระหว่างคนกับอุปกรณ์หรือเครื่องจักร

5g

5. virtual reality

คือการจำลองการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ เทคโนโลยีการจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริงนี้ถูกนำมาใช้ในหลาย ๆ วงการ เช่น การจำลองการฝึกนักบิน หรือหน่วยรบ ,การฝึกระบบผ่าตัดสำหรับนักเรียนแพทย์ และการศัลยกรรมเสมือนจริง โดยหลักการการควบคุมอุปกรณ์การใช้งานระยะไกล และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เราก็คุ้นเคยกันดีอยู่แล้วกับ ภาพยนตร์ 3D เกมที่นับวันยิ่งสมจริงมากขึ้น

virtual reality

6. หุ่นโดรนและจักรกลสงคราม

หุ่นโดรนคือมิติใหม่แห่งเทคโนโลยีหลายคนต่างนำมาใช้ประโยชน์มากมาย เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการขับเคลื่อนแทนที่มนุษย์หรือคำพูดหนึ่งที่เราได้ยินกันบ่อยก็คือ อากาศยานไร้คนขับ บรรดานักบริหารทั่วโลกมองว่าการใช้เทคโนโลยีประเภทหุ่นยนต์นำมาใช้เพื่อธุรกิจและผสมผสานไปทางด้านอุตสาหกรรม ดดรนก็คือเครื่องบินที่เรามองเห็นกันบนฟ้า โดยในปัจจุบันการใช้ดดรนเพื่อการสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ การลำเลียงขนส่งโดยปกติหน้าที่ของโดรนคือ การตรวจจับ การวิจัย การขนส่ง การค้นหาช่วยเหลือ และการโจมตีอยู่แล้ว

โดรน
7. การพิมพ์สามมิติ

การพิมพ์สามมิติคือการสร้างวัตถุ 3 มิติจากไฟล์ที่สามารถจับต้องได้ ซึ่งมีความกว้าง ยาว ลึก เป็นการสร้างวัตถุหนึ่งขึ้นมาจากวิธีการเติมเนื้อวัสดุทีละชั้นๆจนได้ ออกมาเป็นวัตถุที่ต้องการเครื่องการพิมพ์ 3D มีอยู่มากมายหลายประเภท ทั้งเครื่องที่ขึ้นรูปชิ้นงานจากวะสดุพลาสติก โลหะ เซรามิค ตั้งแต่ขนาดเล็กกว่าฝ่ามือไปจนถึงขนาดเท่าบ้านทั้งหลัง

การพิมพ์ภาพ3มิติ
8. ไบโอเมตริกซ์

เป็นการผสมผสานเทคโนโลยี ทางด้านชีวภาพ และเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์เข้าด้วยกัน สิ่งเหล่านี้เทียบได้กับ คุณลักษณะที่ได้เกิดการบันทึกไว้เป็นฐานข้อมูล เพื่อใช้แยกแยะ บุคลนั้นจากบุคคลอื่น ๆ กล่าวอีกชื่อง่ายๆ คือ เป็นเทคโนโลยีการจดจำบุคคล เช่น การจดจำม่านตาในการแสกนหน้าจอโทรศัพท์ที่พบเห็นในปัจจุบันซึ่งในอนคตคาดว่าจพเป็นการจดจำใบหน้าก่อนเข้าบ้านด้วยการแสกนใบหน้าหรือม่านตาเป็นการแสดงตัวตนว่าคือเจ้าของบ้านเข้าได้ ระบบนี้ถือเป็นตัวยังช่วยในการรักษาความปลอดภัย

ไบโอเมทริกซ์
9. ระบบทำงานอัตโนมัติ

ระบบการทำงานอัตโนมัติมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์เป็นอย่างมาก เป็นระบบการทำงานที่มีแนวโน้มที่จะพัฒนาและเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หน้าที่หลักคือการเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่มนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเวลาในการปิดเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ หรือเครื่องจักรที่ใช้ในการทำงานโดยอัตโนมัติ จะเห็นได้ว่าเครื่องจักรเป็นตัวที่ช่วยลดค่าเสียหายกว่าการใช้แรงงานมนุษย์ ง่ายและสามารถผลิตสินค้าที่ได้รับมาตรฐาน

ระบบทำงานอัตโนมัติ

10. ควอนตัมคอมพิวเตอร์

กฎที่อธิบายว่าคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันที่มีพื้นฐานจาก ทรานซิสเตอร์ (Transistor) นั้น จะมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นเท่าตัว ในเวลาทุกๆ 2 ปี โดยมาจากการลดขนาดของทรานซิสเตอร์ และเพิ่มจำนวน แต่ปัจจุบันเราเข้าใกล้ขีดจำกัดของการเพิ่มประสิทธิภาพแล้ว คือเมื่อทรานซิสเตอร์เล็กถึงจุดๆหนึ่ง จนขนาดเข้าใกล้อะตอมและทำให้ความเสถียรลดลง จึงไม่สามารถใช้กฏเดิมอธิบายได้อีก จึงมีการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์แบบใหม่ขึ้นโดยใช้พื้นฐานจากควอนตัม (Quantum)

ครวมตัมคอมพิวเตอร์

 

ความก้าวหน้าในวันนี้บอกได้เลยว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แต่สำหรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้อาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นเพราะการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงอาจเกิดขึ้นได้ในอีกไม่ถึงสิบปีข้างหน้าด้วยความก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ ที่ไม่อาจคาดเดาได้

และความล้ำสมัยของความเป็นดิจทัลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบางครั้งความรวดเร็วที่เกิดขึ้นนี้อาจทำให้เราจำโลกใบเดิมของเราไม่ได้ด้วยซ้ำ การเปิดโอกาสรับสิ่งใหม่ ๆ ไม่ใช่เรื่องยาก เราควรเปิดรับการเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้า ๆ และค่อยๆ เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น

เรียบเรียงโดย/168Asiatopten.