วันที่ปัจจุบัน: 9 April, 2020

10 อันดับ เทศกาลแปลกๆ จากทั่วทุกมุมโลก

บนโลกของเรามีเทศกาลต่างๆอยู่มากมาย ที่จัดขึ้นเป็นจำทุกปี หรือประจำทุกเดือนก็แล้วแต่ประเทศหรือเมืองนั้นๆ เทศกาลที่พวกเขาจัดขึ้นก็อาจจะเป็นเทศกาลธรรมดาๆทั่วไป แต่ใครจะไปคาดคิดว่าบางประเทศก็มี เทศกาลแปลกๆ แปลกมากถึงมากที่สุดเลยก็ว่าได้ คุณอาจคงคาดไม่ถึงว่ามันจะแปลกขนาดไหน ตามไปดูในบทความนี้กันเลย เผื่อบางทีคุณอาจจะอยากไปลองร่วมเทศกาลเหล่านี้ก็ได้นะ

อันดับที่ 1 เทศกาลปามะเขือเทศ

เทศกาลสุดฮิตที่มีความโด่งดังอย่างมาก ในหลายเมืองของประเทศสเปน การจัดงาน”ลาโทมาติน่า” ที่โด่งดังที่สุดก็คงจะเป็นในเมืองบูญอล โดยจะจัดงานในวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคมของทุกปี งานจะประกอบไปด้วยการแสดงดนตรี การจุดพลุ ที่สำคัญมีมะเขือเทศหนักกว่า 300,000 ปอนด์ที่พร้อมจะถูกผู้ร่วมงานละเลง

อันดับที่ 2 เทศกาลยูเอฟโอ

เทศกาลนี้ได้เกิดขึ้นเพราะมีชาวนาคนหนึ่ง ได้พบสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นยูเอฟโอ ซึ่งกองทัพสหรัฐก็ยืนยันเช่นเดียวกัน ก่อนจะเปลี่ยนคำแถลงว่ามันเป็นเพียงบอลลูนตรวจสภาพอากาศที่ตกลงมา ซึ่งเป็นเรื่องอื้อฉาวอยู่พักหนึ่งก่อนหายไปตามเวลา แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีแฟนพันธ์แท้ยูเอฟโอ ปลุกกระแสความสนใจขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จนทำให้มีการจัด เทศกาลยูเอฟโอ ขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี ในเมืองโรสเวลล์ ซึ่งแฟนๆยูเอฟโอจะมารวมตัวกันและมีการชุมนุม ประกวดแต่งชุดเอเลี่ยน จัดดอกไม้ไฟ รวมทั้งเสวนาเรื่องยูเอฟโอกันอย่างสนุกสนาน

อันดับที่ 3 แข่งอุ้มเมียชิงแชมป์โลก

ที่เมืองซอนกายาวิ ประเทศฟินแลนด์ สถานที่จัดงาน “แข่งขันอุ้มเมียชิงแชมป์โลก” การแข่งขันนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1990 ผู้ชายจะแบกภรรยาตนเอง หรือแบกภรรยาเพื่อนบ้าน หรืออาจเป็นคู่รัก เทคนิคการอุ้มก็มีหลายวิธี และรางวัลก็คือเบียร์ที่เท่ากับน้ำหนักตัวของภรรยาพวกเขา ซึ่งปัจจุบันไม่รู้ว่าของรางวัลได้เปลี่ยนไปหรือยัง

อันดับที่ 4 เทศกาลซานเฟอร์มิน (เทศกาลวิ่งวัวกะทิง)

ในเมืองปามโปลน่า ประเทศสเปน เป็นที่รู้จักกันดีในการวิ่งวัวกะทิง ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่6-14 กรกฏาคมของทุกปี ถนนในเมืองถูกสร้างสิ่งกีดขวางไว้ คนที่ร่วมแข่งขันต้องแต่งชุดพื้นเมืองสีขาว ผูกผ้าคลุมเอวและผ้าพันคอสีแดง รอสัญญาณเตรียมวิ่งหนีการไล่ขวิดของวัวกะทิงที่ถูกปล่อย ซึ่งในแต่ละปีมีผู้บาดเจ็บเป็นร้อยและมีผู้เสียชีวิตด้วย

อันดับที่ 5 เทศกาลปาผลส้ม

ในเมืองอิเวรีย ประเทศอิตาลี ชาวบ้านราว 3,000 คนมารวมตัวกันที่ลานกลางเมือง เพื่อมาร่วมงานเทศกาลปาส้ม เล่ากันว่าการปาส้มเป็นการรำลึกถึงการต่อสู้รบต่อต้านจักรพรรดิผู้ข่มเหงกดขี่ในศตวรรษที่ 12 ผู้คนมารวมงานกันอย่างมากมาย เพื่อรอคอยขบวนกลุ่มอาสาสมัครเป็นศัตรู ซึ่งสวมชุดอัดนวมและหมวกป้องกันมาบนรถลาก ขณะที่ผู้เข้าชมเฉยๆให้สวมหมวกหรือผ้าพันคอสีแดง

อันดับที่ 6 เทศกาลกลิ้งชีส

ในชนบทของประเทศอังกฤษมีการแข่งขันกันเก็บชีส ที่ถูกจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมของทุกปี ผู้ที่ร่วมเข้าแข่งขันไถลและล้มลุกคลุกคลานจากเขาที่สูงชัน เพื่อไล่เก็บชีสแห่งเมืองกลอสเตอร์หนัก 8 ปอนด์ เชื่อว่าประเพณีนี้ย้อนไปในอดีตเมื่อผู้คนฉลองเวลาที่พระอาทิตย์เข้าใกล้เส้นศูนย์สูตรมากที่สุด โดยวงล้อชีสเป็นสัญลักษณ์ของพระอาทิตย์นั่นเอง

อันดับที่ 7 เทศกาลโกลาโช

ที่เมืองคาสตริลโลเดมูร์เชีย ประเทศสเปน เทศกาลโกลาโช คือประเพณีการกระโดดข้ามเด็กทารก เทศกาลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ขจัดสิ่งชั่วร้ายออกไปจากเมือง และเพื่อขับสิ่งชั่วร้ายออกจากเด็กไร้เดียงสา เด็กทุกคนที่เกิดในปีที่แล้วจะถูกกนำมานอนบนฟูก จากนั้นชายที่แสดงเป็นสิ่งชั่วร้าย ก็จะกระโดดข้ามฟูกนั้นเพื่อเป็นนการชำระล้างสิ่งชั่วร้าย

อันดับที่ 8 เทศกาลโต๊ะจีนลิง

เทศกาลสุดแปลกนี้ไม่ใช่ของใครที่ไหน มันคือ เทศกาลโต๊ะจีนลิงของไทยเรานั้นเอง ที่จังหวัดลพบุรีมีการโต๊ะจีนให้ลิง 600 กว่าตัว ทั่วเมือง เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่พระรามที่ตบรางวัลให้แก่หนุมานด้วนแผ่นดินที่กลายเป็นลพบุรี บุฟเฟ่ต์โต๊ะจีนลิง ประกอบไปด้วยอาหารผักผลไม้สดๆ หลายร้อยกิโลกรัม

อันดับที่ 9 เทศกาลหน่อไม้ฝรั่ง

ในเมืองเอมไพร์ รัฐมิชิแกน ที่มิชิแกนเป็นผู้ผลิตหน่อไม้ฝรั่งที่มากที่สุดในสหรัฐ แต่เพราะรัฐมิชิแกนรู้จักในด้านศิลปะมากกว่าการเกษตรจึงจัดงานขึ้น ซึ่งเทศกาลนี้จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมของทุกๆปี มีขบวนพาเหรดแต่งเป็นหน่อไม้ฝรั่ง มีงานเลี้ยงและอาหารนานาชนิดจากพืช และตบท้ายด้วยเบียร์ที่ทำมาจากหน่อไม้ฝรั่งด้วย

อันดับที่ 10 เทศกาลอาบโคลน

ในประเทศเกาหลีใต้ ช่วงเดือนกรกฎาคมจะมีเทศกาลบอร์ยอง อันเป็นเทศกาลอาบโคลน ที่มีชื่อเสียงในชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยว โคลนที่นำมาอาบนั้น คือโคลนที่มาทุ่งนาห่างจากชายหาด ซึ่งไม่ดีหนักสำหรับเกษตรกรรม แต่กลับอุดมด้วยแร่ธาตุซึ่งเป็นแหล่งทำเงินของผู้ผลิตเครื่องสำอางค์ ในแต่ละปีดินโคลนจะถูฏขุดขึ้นมาไปยังชายหาดให้นักท่องเที่ยวเกลือกกลิ้ง และอาบเล่น แต่มีการจำกัดการใช้โคลนนะ เพราะโคลนถูกใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องสำอางค์อย่างมาก